SportFitnessZone

โยคะและพิลาทิส ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับใคร

โยคะและพิลาทิส ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับใคร
ที่มา: Wikimedia Commons

ฟิตเนสในกรุงเทพส่วนใหญ่มักมีคลาสโยคะและพิลาทิสให้เลือกควบคู่กัน ทำให้หลายคนสับสนว่าทั้งสองคลาสนี้ต่างกันอย่างไรและควรเลือกเรียนแบบไหนดี บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจความแตกต่างและช่วยตัดสินใจให้เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละคน

จุดเน้นหลักที่แตกต่างกัน

โยคะเน้นการเชื่อมโยงระหว่างร่างกาย ลมหายใจ และจิตใจ ผ่านท่าทาง (Asana) ที่หลากหลาย มีทั้งแนวที่เน้นความยืดหยุ่นและผ่อนคลาย ไปจนถึงแนวที่เข้มข้นอย่างวินยาสะโยคะที่ใช้พลังงานสูง ส่วนพิลาทิสเน้นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core) เป็นหลัก ผ่านการเคลื่อนไหวที่ควบคุมอย่างแม่นยำและมีจังหวะการหายใจที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหว

ผลลัพธ์ด้านร่างกายที่ได้จากแต่ละคลาส

การฝึกโยคะสม่ำเสมอช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ลดความตึงเครียด และช่วยเรื่องการทรงตัว บางแนวโยคะที่เข้มข้นยังช่วยเผาผลาญแคลอรีได้พอสมควร ส่วนพิลาทิสให้ผลลัพธ์เด่นชัดด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลาง ท่าทางที่ดีขึ้น และมักถูกแนะนำสำหรับคนที่มีปัญหาปวดหลังเรื้อรังหรือต้องการฟื้นฟูร่างกายหลังบาดเจ็บ

อุปกรณ์ที่ใช้ในแต่ละคลาส

โยคะส่วนใหญ่ใช้เพียงเสื่อโยคะเป็นอุปกรณ์หลัก บางครั้งอาจมีบล็อกโยคะหรือสายรัดช่วยเสริมท่าที่ยากขึ้น ส่วนพิลาทิสมีทั้งแบบที่ฝึกบนเสื่อ (Mat Pilates) และแบบที่ใช้เครื่องรีฟอร์เมอร์ (Reformer Pilates) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีสปริงและรอกช่วยเพิ่มแรงต้านในการฝึก ทำให้พิลาทิสแบบเครื่องมักมีค่าใช้จ่ายต่อคลาสสูงกว่าคลาสโยคะทั่วไป

เหมาะกับใครมากกว่ากัน

คนที่ต้องการผ่อนคลายความเครียด เพิ่มความยืดหยุ่น และฝึกการควบคุมลมหายใจ มักเหมาะกับโยคะมากกว่า ส่วนคนที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลาง ปรับท่าทาง หรือกำลังฟื้นฟูร่างกายหลังอาการบาดเจ็บเล็กน้อย มักได้ประโยชน์จากพิลาทิสมากกว่า อย่างไรก็ตามหลายคนเลือกฝึกทั้งสองอย่างควบคู่กันเพื่อให้ได้ประโยชน์ครบทั้งด้านความยืดหยุ่นและความแข็งแรง

ความเข้มข้นของการออกกำลังกายที่ต่างกัน

แม้ทั้งสองคลาสจะดูเหมือนออกกำลังกายเบาๆ เมื่อเทียบกับการยกเวทหรือวิ่ง แต่ความเข้มข้นจริงขึ้นอยู่กับระดับคลาสที่เลือก คลาสโยคะหรือพิลาทิสระดับสูงที่เน้นความแข็งแรงและความทนทานสามารถทำให้เหนื่อยและเผาผลาญพลังงานได้ไม่แพ้การออกกำลังกายรูปแบบอื่น จึงไม่ควรมองข้ามว่าเป็นการออกกำลังกายเบาเกินไป

ปิดท้าย

ทั้งโยคะและพิลาทิสต่างมีประโยชน์เฉพาะตัวที่ตอบโจทย์เป้าหมายต่างกัน การลองเรียนทั้งสองคลาสสักครั้งก่อนตัดสินใจเลือกเป็นประจำ จะช่วยให้รู้ว่าแบบไหนเหมาะกับร่างกายและไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากที่สุด